ก่อนจองรถเครน ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

คู่มือสำหรับลูกค้า เพื่อเลือกเครนให้เหมาะสมและปลอดภัย

การเลือกใช้ รถเครน ให้เหมาะสม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงน้ำหนักของชิ้นงานเท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาระยะการยก ความสูงในการทำงาน และสภาพพื้นที่หน้างานร่วมด้วย

หากลูกค้าสามารถเตรียมข้อมูลได้ครบตั้งแต่แรก ทีมงานจะสามารถเลือกขนาดเครนที่เหมาะสม ประเมินราคาได้รวดเร็ว และช่วยลดความเสี่ยงจากการเลือกเครนผิดขนาด ซึ่งอาจส่งผลต่อทั้งความปลอดภัย เวลา และค่าใช้จ่ายของโครงการ

1. ข้อมูลชิ้นงาน (Load Information)

ข้อมูลของชิ้นงานเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกขนาดของรถเครน

ขนาดของชิ้นงาน

กรุณาแจ้งขนาดของชิ้นงานให้ครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่

  • ความกว้าง (Width)
  • ความยาว (Length)
  • ความสูง (Height)

ขนาดของชิ้นงานมีผลต่อการเลือกอุปกรณ์ยก การจัดตำแหน่งสลิง และพื้นที่ในการหมุนหรือเคลื่อนย้ายชิ้นงาน

น้ำหนักของชิ้นงาน

กรุณาแจ้งน้ำหนักจริงของชิ้นงานเป็นหน่วย “ตัน”

หากไม่มีข้อมูลน้ำหนัก สามารถส่งแบบ Drawing, Datasheet หรือแจ้งชนิดของวัสดุ เพื่อให้ทีมงานช่วยประมาณน้ำหนักเบื้องต้นได้

ข้อควรระวัง: การแจ้งน้ำหนักต่ำกว่าความเป็นจริง อาจทำให้เลือกเครนขนาดเล็กเกินไป ส่งผลต่อความปลอดภัยในการยก

จุดสำหรับเกาะเกี่ยวชิ้นงาน (Lifting Point)

ควรแจ้งว่าชิ้นงานมีจุดยกที่ออกแบบไว้หรือไม่ เช่น

  • Lifting Lug
  • Lifting Eye
  • Pad Eye

หากไม่มีจุดยก ทีมงานจะช่วยพิจารณาวิธีการยกที่เหมาะสม พร้อมเลือกอุปกรณ์ประกอบ เช่น สลิง โซ่ แช็คเคิล คานยก (Spreader Beam) หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ให้เหมาะกับลักษณะงาน


2. ระยะการยก (Working Radius)

ระยะการยก คือระยะจาก จุดศูนย์กลางการหมุนของเครน (Center of Crane) ไปยัง จุดศูนย์กลางของชิ้นงานในตำแหน่งที่ไกลที่สุด

ข้อมูลนี้มีผลโดยตรงต่อความสามารถในการยกของรถเครน

วิธีวัดระยะเบื้องต้น

ในกรณีที่รถเครนจอดริมถนนหรือริมพื้นที่ปฏิบัติงาน สามารถวัดได้ดังนี้

  1. วัดจากขอบถนนหรือขอบพื้นที่ที่เครนจะจอด
  2. เผื่อระยะถึงกึ่งกลางรถเครน

โดยประมาณ

  • รถเครนขนาด 25–50 ตัน ใช้ระยะประมาณ 3.5 เมตร
  • รถเครนขนาดใหญ่กว่า ใช้ระยะประมาณ 4–5 เมตร

จากนั้นจึงวัดต่อไปยังตำแหน่งกึ่งกลางของชิ้นงาน หรือจุดวางที่ไกลที่สุด

ตัวอย่างเช่น หากวัดจากขอบถนนถึงชิ้นงานได้ 12 เมตร และใช้เครนขนาด 50 ตัน

ระยะการยกโดยประมาณ คือ

12 + 3.5 = 15.5 เมตร

ยิ่งระยะการยกมาก ความสามารถในการยกของเครนจะลดลง ดังนั้นบางครั้งแม้น้ำหนักชิ้นงานจะไม่มาก แต่ก็อาจจำเป็นต้องใช้เครนขนาดใหญ่ขึ้น


3. ความสูงในการยก (Lifting Height)

ความสูงของจุดติดตั้งมีผลต่อการเลือกความยาวบูม (Boom Length) และอุปกรณ์เสริมของรถเครน

กรุณาแจ้งข้อมูล เช่น

  • ความสูงของอาคาร
  • จำนวนชั้น
  • ความสูงจากพื้นถึงจุดติดตั้ง
  • ต้องยกข้ามกำแพงหรือสิ่งกีดขวางหรือไม่

ตัวอย่างงาน

  • ยกเครื่องจักรขึ้นชั้น 2
  • ยกเครื่องปรับอากาศขึ้นดาดฟ้า
  • ยกถังน้ำขึ้นโครงสร้าง
  • ยกเครื่องจักรลงบ่อ
  • ยกข้ามกำแพงหรืออาคาร

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมงานเลือกความยาวบูมและมุมการทำงานของเครนได้อย่างเหมาะสม


รูปถ่ายหน้างาน ช่วยให้ประเมินได้แม่นยำยิ่งขึ้น

นอกจากข้อมูลข้างต้น หากลูกค้าส่งรูปถ่ายหน้างานมาด้วย จะช่วยให้ทีมงานวางแผนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ควรถ่ายให้เห็น

  • จุดจอดรถเครน
  • จุดยกชิ้นงาน
  • จุดวางชิ้นงาน
  • ถนนทางเข้า
  • พื้นที่สำหรับกางขาค้ำ
  • อาคารโดยรอบ
  • ต้นไม้
  • สายไฟฟ้า
  • ป้ายโฆษณา
  • สิ่งกีดขวางอื่น ๆ

ยิ่งข้อมูลครบ การประเมินก็จะยิ่งแม่นยำ และลดโอกาสเกิดปัญหาเมื่อเข้าหน้างานจริง


สรุปข้อมูลที่ควรส่งก่อนจองรถเครน

ก่อนติดต่อขอใบเสนอราคา กรุณาเตรียมข้อมูลดังต่อไปนี้

✅ ขนาดของชิ้นงาน (กว้าง × ยาว × สูง)

✅ น้ำหนักของชิ้นงาน (ตัน)

✅ มีจุดยกหรือไม่

✅ ระยะจากตำแหน่งจอดเครนถึงจุดยกหรือจุดวาง

✅ ความสูงของจุดติดตั้ง

✅ รูปถ่ายหน้างาน

เมื่อได้รับข้อมูลครบ ทีมงานจะสามารถเลือกขนาดเครนที่เหมาะสม ตรวจสอบความปลอดภัย และเสนอราคาที่ถูกต้องได้รวดเร็ว ช่วยลดความเสี่ยง ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และทำให้งานยกเป็นไปอย่างปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น


ให้ทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินฟรี

หากยังไม่แน่ใจว่าควรใช้รถเครนขนาดใด เพียงส่งข้อมูลและรูปถ่ายหน้างานมาให้ทีมงาน ส.เลิศเครน เซอร์วิส จำกัด เราพร้อมให้คำปรึกษา วิเคราะห์หน้างาน และแนะนำรถเครนที่เหมาะสมกับงานของคุณ โดยคำนึงถึงทั้งความปลอดภัย ความคุ้มค่า และประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อให้งานยกทุกครั้งเป็นไปอย่างมั่นใจ

CATEGORIES

Uncategorized

No responses yet

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *